ปรเมศมีมุมมองต่างจากอีกสี่คน เพราะเขาไม่ได้เริ่มจากการค้นหาข้อมูลหรือความสะดวกในการอ่าน แต่สนใจว่าเว็บไซต์เคารพการตัดสินใจของผู้ใช้มากเพียงใด
เขาตั้งโจทย์สมมติว่า ผู้ใช้คนหนึ่งเข้ามาอ่านข้อมูลกิจกรรม แต่หลังตรวจสอบรายละเอียดแล้วรู้สึกว่ายังไม่เหมาะกับตนเอง
คำถามของปรเมศคือ เว็บไซต์เปิดโอกาสให้คนคนนั้นหยุดและออกจากกระบวนการได้อย่างชัดเจนหรือไม่ หรือมีองค์ประกอบที่พยายามสร้างความรู้สึกผิดและความเร่งด่วนเกินความจำเป็น
“ผมว่าเว็บที่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนใช้งานต่อครับ บางครั้งการให้ข้อมูลครบแล้วคนตัดสินใจไม่ไปต่อ ก็ถือว่าเว็บช่วยเขาได้เหมือนกัน”
ในมุมของเขา ความสามารถในการปฏิเสธหรือเปลี่ยนใจเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งาน ไม่ควรถูกมองว่าเป็นอุปสรรคที่ต้องออกแบบเพื่อกำจัด
ปรเมศจึงให้ความสนใจกับรูปแบบข้อความที่อาจสร้างแรงกดดัน เช่น การใช้คำว่าต้องรีบตัดสินใจโดยไม่มีเหตุผล การทำให้ปุ่มปฏิเสธมองเห็นยาก หรือการสื่อว่าผู้ใช้กำลังเสียโอกาสสำคัญหากไม่ดำเนินการต่อ
เขายังมองว่าการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของอิสระในการใช้งาน เพราะผู้ใช้ควรเข้าใจว่าตนกำลังให้ข้อมูลอะไร และสามารถใช้สิทธิ์เกี่ยวกับข้อมูลนั้นได้อย่างไร
แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ต้องไม่มีข้อความประชาสัมพันธ์ แต่การสื่อสารควรตรงไปตรงมา ไม่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลกระทบของการตัดสินใจ
สำหรับปรเมศ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่จำนวนคนที่คลิกต่อ แต่เป็นความสามารถของผู้ใช้ในการตัดสินใจโดยมีข้อมูลเพียงพอและไม่มีแรงกดดันที่ไม่เหมาะสม
บทสรุปของปรเมศ: ประสบการณ์เว็บไซต์ที่เคารพผู้ใช้ควรให้สิทธิ์ในการเลือก ศึกษา ปฏิเสธ หรือหยุดได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อกิจกรรมนั้นอาจมีผลต่อเวลา ข้อมูลส่วนบุคคล หรือการเงิน